• Home
  • Uncategorized
  • เรื่องราวของ ตะกั่วป่า จังหวัดภูเก็ต

เรื่องราวของ ตะกั่วป่า จังหวัดภูเก็ต

เรื่องราวของ ตะกั่วป่า จังหวัดภูเก็ต

วันเวลาที่เดินไปข้างหน้ากับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตะกั่วป่า ยิ่งนานก็ยิ่งเพิ่มพูนเรื่องราวความหลากหลายทางวัฒนธรรม ให้เข้มข้นน่าจดจำและตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้ ย่านที่อุดมไปด้วยกลิ่นอายแห่งอดีตมากที่สุดคือ ย่านตลาดเก่ ย่านที่ผู้เฒ่าผู้แก่ต่างออกปากเป็นเสียงเดียวกันว่าถนนบางสายในแถบนี้ก็เยาวราชดีๆนี่เอง

วิธีที่ดีที่สุดในการทำความรู้จักกับย่านตลาดเก่าคือการเดินชมเมือง เราตั้งต้นที่โรงเรียนเต้าหมิ (Tao Ming School) อาคารสองชั้นแบบชิโน – ปอรตุกีส (Chino Portuguese) เคลือบสีเหลืองสว่าง แม้จะทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ทว่าความโอ่อ่ารุ่งเรืองเมื่อครั้งอดีตก็ยังคงแผ่ฟุ้งในอากาศ

  • ขอบคุณบทความจาก Drivemate รถ เช่า ราคาถูกกว่าออแกไนซ์

โรงเรียนเต้าหมิงสร้างโดยช่างฝีมือชาวจีนเมื่อ พ.ศ. 2465 เกิดจากการระดมทุนกันของกลุ่มพ่อค้านายเหมืองชาวจีนผู้มั่งคั่งในสมัยนั้น ต้องการจัดหาโรงเรียนสอนภาษาจีนแก่บุตรหลานของตน

ปัจจุบันโรงเรียนเต้าหมิงไม่ได้เป็นสถานศึกษาอีกต่อไปแล้ว หากเปลี่ยนบทบาท

เป็นสถานปฏิบัติธรรมแทน ผู้ที่สนใจอยากจะเข้าไปเดินชมตัวอาคารใกล้ๆก็สามารถทำได้ ไม่มีใครหวงห้าม เพียงรักษาเสียงไม่ให้เอะอะรบกวนความสงบเป็นพอ

ถัดมาไม่ไกลเป็นที่ตั้งของอีกหนึ่งโบราณสถาน ที่ว่ากันว่าในอดีตนั้นเป็นสถานที่ที่ผู้คนยำเกรงยิ่งนัก แม้เพียงเดินผ่านอยู่นอกรั้วยังรู้สึกระย่อจนต้องก้มหน้าเดินผ่านไปให้เร็วที่สุด อาคารที่ว่าคือ บ้านขุนอินทร์ ที่พำนักของ ขุนอินทรคีรี นามเดิม ช้อย ณ นคร อดีตผู้สำเร็จราชการเมืองตะกั่วป่า และเคยดำรงตำแหน่งนายอำเภอตะกั่วป่าในระหว่างปี พ.ศ. 2465-2469 โดยบ้านหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2460 ในรูปแบบชิโน – ปอร์ตุกีสประยุกต์มีหน้าจั่วด้านหน้า เดิมมุงหลังคาด้วยกระเบื้องเต่า ภายหลังชำรุดลงมาก ตระกูล ณ นคร ซึ่งเป็นผู้ดูแลบ้านหลังนี้ จึงทำการบูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2524 ตามรูปแบบเดิมเพียงแต่เปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังค้าให้เป็นกระเบื้องลอนดังที่เห็นในปัจจุบัน

รถราที่วิ่งอยู่บางตาในย่านตลาดเก่า มีอย่างหนึ่งที่ดูคล้ายๆกัน คือไม่มีคันไหนขับเร็วฉวัดเฉวียน ราวกับโดนบรรยากาศเงียบสงบกรุ่นกลิ่นอดีตของตลาดเก่ากำราบไว้อยู่หมัดบ้านเรือนสองข้างทางมีลักษณะคล้ายคลึงกันไปหมด คือเป็นเรือนแถวที่เรียกว่า เตี้ยมฉู่ แบบที่เห็นคุ้นตาในตัวเมืองเก่าภูเก็ต ชั่วแต่มีความเป็นธรรมชาติมากกว่า มีจริตปรุงแต่งน้อยกว่าเตี้ยมฉู่เหล่านี้มองปราดเดี๋ยวก็พอบอกได้ว่าเป็นอาคารสถาปัตยกรรม แบบชิโน – ปอรตุกีส หรือที่รู้จักกันว่าเป็นอาคารแบบจีนผสมฝรั่ง

เตี๊ยมฉู่นี้หน้าแคบหากความยาวนั้นลึกกว่า 120 เมตรโดยมากส่วนท้ายสุดจะบานกว้างกว่าด้านหน้าน้ำ ลักษณะเป็นมงคลเหมือนทรงถุงทองที่ปากแคบแต่กันกว้าง ชั้นสองของอาคารส่วนใหญ่เป็นหน้าต่างยาวตีเกล็ดละเอียด เตี้ยมฉู่บางหลังก็หน้าตารุ่มรวยกว่าเพื่อนด้วยลวดลายปูนปั้นสลักเสลาอ่อนช้อย หัวเสาแบบกรีกที่ขดม้วนเป็นกันหอยก็ยังพอหลงเหลือให้เห็นบ้างประปราย

หากสิ่งที่ยังเห็ดชัดจนมากที่สุดคือ หงอคาขี่ เป็นซุ้มทางเดินยาวแล่นทะลุผ่านหน้าเตี้ยมฉู่ทุกหลัง มีทั้งแบบทรงโค้งและมีทั้งแบบเป็นกรอบประตูสี่เหลี่ยม ทางเดินนี้แสดงถึงความอารีอารอบของคนโบราณ ไม่หวงห้ามพื้นที่หน้าบ้าน อนุญาตให้คนเดินผ่านได้ ฝนตกก็ไม่ต้องกลัวเปียก